How to: ลากกระเป๋าเที่ยวญี่ปุ่น 5 วัน 6 คืน 20,000 ไม่ลำบาก แต่ไม่หรูมาก ^_^

“ญี่ปุ่น” เชื่อว่าเป็นประเทศที่หลายๆ คนอยากไปสักครั้งในชีวิต โดยเฉพาะคนที่คลิกเข้ามาดูรีวิวนี้

Travel-japan-save-trip-low-cost-pantip.jpg

สวัสดีค่ะ…วันนี้บุ๊คก้าจะมาแชร์ข้อมูลและวิธีการลากกระเป๋าเที่ยวญี่ปุ่นแบบประหยัด แบบไม่ลำบาก แต่ก็ไม่ถึงกับสบาย หรือหรูมาก 555 แค่อาจต้องรอเวลาและจังหวะในการเดินทางกันสักนิด คิดว่าน่าจะทำให้คนที่มีงบน้อย พอจัดสรรเงินเก็บเพื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นได้สักครั้งในชีวิต

สำหรับรีวิวนี้จะขอแยกข้อมูลเป็น 2 ส่วนตามนี้นะคะ

  1. ค่าใช้จ่าย
  2. สถานที่เที่ยวและการเดินทาง

มาเริ่มกันที่เรื่องสำคัญที่สุดสำหรับการออกทริปราคาประหยัดกันเลยดีกว่า

นั่นคือ ค่าใช้จ่าย

สำหรับทริปญี่ปุ่นครั้งนี้บุ๊คก้าขอให้ทุกคนตั้งงบไว้ในใจก่อนที่

20,000 บาท

(เรทเงินเยนคิดยึดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 31 บาท ต่อ 100 เยน)

Tip : ถ้าตอนนี้เราไม่มีเงินสักบาทเลยก็ให้เริ่มจาก เก็บเงินค่ะ เก็บวันละ 55 บาท 365 วัน(1ปี) ก็ได้ไปเที่ยวแล้ว สู้ๆ

แล้วเงิน 20,000 บาทนี่เราจะทำอะไรได้บ้าง?

…อย่างแรกเลยเราต้องกำหนดเป้าหมายค่ะ…
ประเทศญี่ปุ่นก็เหมือนบ้านเรา มีภาคต่างๆ ให้ท่องเที่ยว
และเป็นธรรมดาที่ภาคที่บินถึงก่อน ค่าตั๋วเครื่องบินจะถูกกว่าภาคที่อยู่ตอนบน
ยกตัวอย่างตามภาพนี้ Fukuoka อยู่ทางใต้ ค่าตั๋วเครื่องบินก็จะถูกว่า Hokkaido ที่อยู่ทางเหนือ
อ๊ะๆ แต่อย่างพึ่งตัดสินใจตอนนี้นะคะว่าจะไปเที่ยว Fukuoka เพราะราคาตั๋วเครื่องบินที่ถูกที่สุดjapan-area.JPG

เพราะทริปที่บุ๊คก้าจะแนะนำให้ไป กันเป็นแถบคันไซ คือแถวๆ จังหวัด Osaka, Kyoto, Kobe ต่างหาก

บุ๊คก้าแนะนำแถบคันไซ เพราะโซนนี้เดินทางสะดวก มีสถานที่ใกล้ๆ กันเยอะ ทำให้ประหยัดค่าเดินทางและเที่ยวได้หลากหลาย เหมาะสำหรับคนไปเที่ยวญี่ปุ่นครั้งแรก และควบคุมเรื่องเงินได้ค่อนข้างแน่นอนค่ะ

หลังจากที่เราตัดสินใจได้แล้วว่าจะบินไปเที่ยวแถบคันไซ ขั้นตอนต่อไปเราก็ต้องรู้ว่า เราจะไปเที่ยวกี่วันเงิน 20,000 บาทของเราถึงจะพอใช้ชีวิตรอดและกลับมาเมืองไทยได้อย่างปลอดภัย

เพื่อความสะดวกของเพื่อนๆ ที่กำลังอ่านรีวิวนี้อยู่ บุ๊คก้าขอสรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้ตามนี้นะคะ

ค่าใช้จ่ายสำหรับทริปญี่ปุ่นแถบคันไซ 5 วัน 6 คืน

1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ให้หาตั๋วเครื่องบินที่ราคาไม่เกิน 8,500 บาท แน่นอนว่าตั๋วเครื่องบินราคานี้ต้องเป็นสารการบิน Low cost ที่บุ๊คก้าจองเป็นประจำ จะเป็นสายการบิน AirasiaX จองช่วยมีโปรลดราคา หรือว่าจองผ่าน Traveloka จะได้ราคาดี ยังไงต้องอดทนรอตั๋วเครื่องบินกันสักนิดนะคะ เพราะส่วนนี้คือค่าใช้จ่ายเกือบครึ่งนึงของทริปเลยทีเดียว

ตัวอย่างเที่ยวบินที่เคยจองสำหรับบุ๊คก้าจะจองแบบนี้ค่ะ จองบินช่วงบ่าย ไปถึงดึก แล้วนอนที่สนามบิน ส่วนขากลับเลือกไฟลท์ดึกสุดค่ะairasia-japan-kansai-kix-osaka.JPG

2. ที่พักสำหรับ 4 คืน ให้หาที่พักราคาไม่เกินละ 3,200 บาท สำหรับการเข้าพัก 4 คืน ต่อ 1 คน (แนะนำให้หาเพื่อนไปเที่ยวด้วยกันจะได้ช่วยกันหารค่าที่พัก จะทำให้หาที่พักราคานี้ได้ง่ายขึ้น)

ฟังดูอาจจะรู้สึกว่า “จะไปหาได้ยังไงที่พักคืนละ 800 บาท x 5 คืน ขนาดในเมืองไทยยังหายากเลย แล้วนี้ญี่ปุ่นนะ แบบนี้ต้องลำบากแน่ๆ” แต่ช้าก่อน ราคาที่บุ๊คก้าแนะนำมีจริงๆ นะคะ ไปพักมาหลายรอบแล้ว ถึงกล้าแนะนำ แต่เราจะต้องจองล่วงหน้า ล่วงหน้าขนาด 5-6 เดือนล่วงหน้ากันเลยทีเดียว โดยจองผ่าน Booking.com, Agoda.com, Traveloka.com หรือ Airbnb(7คืนขึ้นไป) รับประกันว่าราคานี้มีแน่ๆ แถมยังเป็นห้องพักแบบส่วนตัวและมีห้องน้ำในตัวด้วย แต่จะเป็นห้องพักระดับ 2-3 ดาว แต่ถ้าใครคิดว่า ใช้ห้องน้ำรวม หรือนอนรวมได้ ก็อาจได้ที่พักคืนละ 400 – 600 บาทก็มีค่ะ แต่ถ้าหาแบบห้องน้ำส่วนตัวไม่ได้ในราคานี้ เพราะอาจเป็นช่วงที่คนไปเที่ยวเยอะ ก็ลองดูห้องส่วนตัวแบบห้องน้ำรวมแทนก็ได้ เพราะห้องน้ำรวมที่ญี่ปุ่นโดยส่วนใหญ่สะอาดตามมาตรฐานญี่ปุ่นอยู่แล้วค่ะ

Tip : ตั๋วไปลงสนามบินคันไซราคาประหยัดบางทีอาจได้เที่ยวบินดึก พอมาถึงสนามบินแล้วเข้าเมืองไม่ทัน ก็สามารถนอนสนามบินได้นะคะ ที่สนามบินมีโซนให้นอนรอรถไฟรอบเช้า เดินข้ามมาฝั่งตรงข้าม โซนนอนจะอยู่ในโรงแรม ตรงข้ามร้านเบอร์เกอร์ มีห้องอาบน้ำให้เช่าอาบ 15 นาที 500 เยน มีผ้าห่มให้ยืมด้วยค่ะ

3. ค่ากิน 5 วัน 5,000 บาท ค่ากินในที่นี้เป็นการกินอยู่แบบสบายๆ ไม่อด ไม่อยาก แต่ไม่หรู เป็นค่าอาหารเช้า กลางวัย เย็น รวมค่าน้ำ ค่าขนม ทั้งหมดแล้วจะตกประมาณวันละ 1,000 บาท กินถูกบ้าง แพงบ้างแล้วแต่มื้อ ยังไงควบคุมตัวเองว่าอย่าให้เกิน เพราะงบส่วนนี้เป็นส่วนที่เราควบคุมเองได้

ราคาอาหารในญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 170 -250 บาท (550 – 850 เยน) สำหรับจานทั่วไป ถ้าจานพิเศษเช่นมีเนื้อปูหรือเนื้อกุ้งจะแพงขึ้นเป็น 252 – 465 บาท (850 – 1,500 เยน) แต่ถ้ามื้อไหนอยากกินหรู กินแพงหน่อย ก็ให้ไปลดมื้ออื่น เป็นบะหมี่คัพแทนก็ได้ค่ะ เพราะบะหมี่คัพที่ญี่ปุ่นก็อร่อยขั้นเทพ มีรสให้เลือกเยอะมาก ราคาก็เบาๆ 62 – 77 บาท (200-250 เยน) เท่านั้นค่ะ

4. ค่าเดินทางและค่าล็อคเกอร์ 3,028บาท สำหรับค่าเดินทางในแถบคันไซ หลายคนอาจมีคำถามว่า “ต้องใช้ JR-Pass ไหม?” “จะซื้อ Pass อะไรดี”

บุ๊คก้าขอแนะนำ Route การเที่ยวแบบประหยัดสำหรับ Trip นี้โดยแยกค่าใช้จ่ายเรื่องการเดินทางเป็นวันๆ ไปนะคะ และที่เที่ยวจะไม่ได้อัดแน่นมาก วันนึงไปแค่ 2-3 ที เพื่อไม่เร่งรีบจนเกินไปค่ะ และเลือกใช้ Pass แบบที่เข้าที่เที่ยวฟรี เพื่อประหยัดค่าเข้าชมด้วยค่ะ

ตัวอย่างค่าใช้จ่าย
Day 0 สมมติว่าเราจองตั๋วเครื่องบิน Airasia เที่ยวบิน บ่ายสามโมง ไปถึงสนามบินคันไซกว่าจะผ่าน ตม. เสร็จก็เกือบ 5 ทุ่ม ฉะนั้นเราจะเริ่ม Day 0 ด้วยการนอนสนามบินเพื่อรอรถไฟเที่ยวเช้าสุดค่ะ

Day 1 เดินทางออกจากสนามบิน โดยการซื้อตั๋วแบบพิเศษ ICOCA & HARUKA 3,600 เยน (เป็นค่าเดินทางไปเกียวโต 1,600 เยน และเป็นเงินสดในบัตร 1,500 เยน ค่ามัดจำบัตร 500 เยน)ic-card-icoca-haruka.JPG* สามารถซื้อตั๋วได้ที่ JR-WEST Ticket office ซึ่งอยู่ตรงข้ามทางเข้าสถานีรถไฟเลยค่ะ 1,600 เยน
ค่ารถบัส Kyoto Bus One-Day Pass
kyoto-bus-one-day-pass
* ซื้อที่สถานที Kyoto หรือซื้อจากคนขับรถบัสได้เลยค่ะ
500 เยน
Day 2 ค่ารถบัส Kyoto Bus One-Day Pass 500 เยน
Day 3 ค่ารถไฟจาก Kyoto ไป Kobe 1,080 เยน
ค่าฝากล็อกเกอร์ 800 เยน
ค่ารถบัส Kobe City Loop 660 เยน
ค่ารถไฟจาก Kobe ไป Osaka 410 เยน
Day 4 Osaka amazing pass แบบ 2 วัน 3,300 เยน
Day 5
ค่ารถไฟจาก Namba ไปสนามบิน Kansai 920 เยน
ราคารวมประมาณ 9,770 เยน
(3,028 บาท)*

*อัตราแลกเปลี่ยนที่ 31 บาท / 100 เยน , ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลง เพิ่ม-ลด ได้ หากที่พักอยู่ต้องต่อรถเยอะ หรืออยู่ไกล-ใกล้สถานีหลัก
** ตามตารางค่าใช้จ่ายนี้ สรุปว่าเราควรจองที่พักที่ เกียวโต 2 คืน และโอซาก้า 2 คืนนะคะ

จากตารางค่ารถด้านบน บุ๊คก้าลองคำนวณเทียบแล้ว สรุปว่าเราไม่ควรซื้อ JR Pass เพราะเราไปใช้ Bus pass แทนจะถูกกว่า นอกเสียจากว่าใครอยากเที่ยวหลายเมืองกว่านี้ ต้องไปคำนวณค่าใช้จ่ายกันดูอีกทีนะคะ

ดูรายละเอียดค่า JR-Pass ในแถบคันไซ > คลิกที่นี่

มาถึงจุดนี้แล้วค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด สำหรับทริปนี้อยู่ที่ 19,728 บาท ยังไม่รวมค่าผ่านประตูสถานที่เที่ยวบางแห่งในเกียวโตซึ่งไม่เยอะมาก ให้เผื่อไว้อีกประมาณ 300 บาท ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยเก็บค่าเข้าชม เอาจริงเราว่าบางทีเดินดูรอบๆ สวยกว่า เพราะด้านในเป็นเหมือนพิพิธภัณฑ์ ส่วนใหญ่เป็นภาษาญี่ปุ่น อ่านไม่ออก ฟังไม่เข้าใจอยู่ดี

จากที่เล่ามาทั้งหมด ทริปนี้ค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท แต่….

ยังไม่รวมค่าช้อปปิ้งนะคะ ซึ่งอันนี้แล้วสติของแต่ละคนเลยว่าจะช้อปมากช้อปน้อยแค่ไหน หรืออาจประหยัดค่ากินลงในบางมือก็จะเหลือเงินไว้ช้อปได้บ้างค่ะ

สำหรับทริปญี่ปุ่น 5 วัน 6 คืน ก็จะใช้เงินประมาณนี้แหละค่ะ ^_^


หลังจากที่เรารู้ค่าใช้จ่ายโดยประมาณกันไปแล้ว

มาต่อกันที่ สถานที่เที่ยวและการเดินทาง กันเลยดีกว่า

จากตารางค่าใช้จ่ายด้านบน เราจะมาออกแบบตารางเที่ยวกันต่อเลยนะคะ

สิ่งสำคัญ : สำหรับการเดินทางในญี่ปุ่นคือ การเช็คตารางรถไฟ บุ๊คก้าแนะนำให้ค้นหาเที่ยวรถจากเว็บ www.hyperdia.com เพราะเว็บนี้เป็นเว็บหลักที่คนญี่ปุ่นใช้ และให้รายละเอียดเยอะที่สุด ถ้าใช้ Application ในมือถือส่วนใหญ่จะให้ข้อมูลไม่ละเอียดพอ บางทีถ้านั่งรถไฟผิด หรือหลงทางจะต่อรถกลับลำบากค่ะ

* สำหรับตำแหน่งที่เที่ยว บุ๊คก้าจะแชร์พิกัด GPS ไว้ให้นะคะ ลองเปิดดูสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดเพื่อใช้เช็คตารางรถไฟอีกทีนะคะ

ตัวอย่างทริปและสถานที่เที่ยวแนะนำ

Day 1 06.30 – 08.02 เดินทางจากสนามบิน เข้าที่พักในเกียวโตkansai-kyoto-train.JPG
08.02 – 08.30 เข้าที่พักฝากกระเป๋า แล้วออกไปเที่ยวด้วย Kyoto Bus One Day Pass

* ตอนเอากระเป๋าไปฝาก ลองคุยกับที่พักดูนะคะว่าสามารถ check in เลยได้ไหม แล้วฝากกระเป๋าไว้ ค่อยกลับมารับกุญแจห้องอีกทีตอนที่กลับมาถึงที่พัก เพราะไม่งั้นจะเสียเวลาวิ่งกลับมา check in อีกที ทำให้เสียเวลาเที่ยวค่ะ

สำหรับการเที่ยวเกียวโตด้วย Bus pass เราจะแบ่งออกเป็น 2 วันเพื่อเที่ยวชิลๆ ไม่รีบร้อนโดยวันแรกเราจะเที่ยวกันในโซนนี้ (วงกลมสีแดงตามภาพ)Kyot-travel.JPGดูแผนที่ขนาดใหญ่ > คลิกที่นี่

Travel-japan-save-trip-low-cost-pantip-02.jpg08.30 – 11.30 ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ (Fushimi Inari Shrine) > พิกัด GPS
11.30 – 14.30 วัดคิโยะมิซุ (วัดน้ำใส) (Kiyomizu Temple) ค่าเข้าชม 230 เยน > พิกัด GPS
14.30 – 17.30 จากนั้นก็เดินต่อไปเที่ยว
ศาลเจ้ายาซากะ (Yasaka Shrine) > พิกัด GPS
– และเดินเล่นย่าน Gion ต่อ > พิกัด GPS
17.30 – 20.00 หาของกิน + เดินเล่นย่านเทรามาชิ Teramachi-dori และ Shinkyogoku Street >พิกัด GPS
20.00 – 20.30 กลับที่พัก

Day 2 Travel-japan-save-trip-low-cost-pantip-03.jpg08.00 – 10.30 วัดคินคะคุจิ (Kinkaku-ji Temple) ค่าเข้าชม 400 เยน > พิกัด GPS
10.30 – 12.00 วัดนินนาจิ (Ninna-ji Temple) > พิกัด GPS
12.00 – 19.30 เที่ยวย่าน Arashiyama ป่าไผ่ , Tenryu-ji Temple, Nonomiya shrine + หาข้าวเย็นกินแถวนั้นเลย > พิกัด GPS
19.30 – 20.00 กลับที่พัก
Day 3 08.00 Check out
08.00 – 09.00 เดินทางไป KobeTravel-japan-save-trip-low-cost-pantip-04.jpg
09.00 – 17.00 เที่ยว Kobe โดยใช้ City bus pass จุดที่แนะนำให้แวะเที่ยวคือ 2, 4, 10, 17 kobe-city-bus-pess.JPG
รายละเอียดเพิ่มเติม > คลิกที่นี่
17.00 – 17.30 เดินทางไป Osaka
17.30 – 18.00 Check in ที่พัก
18.00 – 21.00 เดินเล่น หาของกินย่าน นัมบะ (Namba),   ย่านชินไซบาชิ (Shinsaibashi), ย่านโดทงโบริ(Dotonbori) > พิกัด GPS
21.00 -21.30 กลับที่พัก
Day 4 ใช้  Osaka amazing pass แบบ 2 วัน
ลิ้งค์รายละเอียดสถานที่เที่ยว > คลิกที่นี่
Map และสถานีที่เที่ยวฟรี! > คลิกที่นี่ 
Travel-japan-save-trip-low-cost-pantip-05.jpg08.00 – 12.00 ปราสาท Osaka + หาข้าวกิน > พิกัด GPS
12.00 – 16.30 เที่ยวย่าน Bay Area นั่งชิงช้า นั่งเรือ จุดชมวิว ฟรี > พิกัด GPS
16.30 – 21.00 เที่ยงย่าน Osaka + Umeda ชมวิว นั่งชิงช้า ดูวิวกลางคืน  + หาข้าวกิน > พิกัด GPS
21.00 -21.30 กลับที่พัก
Day 5 08.00 Check out ฝากกระเป๋าไว้ที่พัก
08.30– 14.30 เที่ยวย่านเทนโจจิ (Tenjoji) เที่ยวสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ ขึ้นหอคอย เดินเล่นหาของกิน > พิกัด GPS
Travel-japan-save-trip-low-cost-pantip-06.jpg14.30-20.00 เก็บตกซื้อของ แนะนำย่าน Namba หรือจะไปเดินเล่น ดูหอศิลป์ นั่งเรือชมเมืองก็ได้ ที่เป็นสถานีนี้เพราะต้องขึ้นรถไปสนามบินจากสถานี Namba + กลับไปเอากระเป๋า (ลองกะเวลาดูว่าจะไปเอากระเป๋าตอนกี่โมงให้ไม่ตกเครื่อง อิอิ) > พิกัด GPS
20.00 – 21.00 เดินทางไปสนามบินคันไซ (เวลาเดินทางเที่ยวชมวันสุดท้ายลองปรับกันตามไฟลท์กลับกันนะคะ เพราะแต่ละไฟลท์ต่างกันค่ะ) > พิกัด GPS
21.00 Check in ตั๋วเครืองบิน + โหลดกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน
* วันสุดท้ายอย่าลืมเผื่อเวลากันหน่อยนะคะ กันตกเครื่อง ยังไงลองปรับรายละเอียดตามเวลาไฟลท์ขากลับกันดูนะคะ ว่ามีเวลาเยอะน้อยแค่ไหน

การเดินทางเที่ยวในญี่ปุ่นนั้น จะว่ายากก็ไม่ยาก จะว่าง่ายก็ไม่ง่าย สิ่งที่สำคัญคือ

  • ต้องตรงเวลา เพราะรถไฟญี่ปุ่นตรงเวลามากๆ ถ้าตกรถคือต้องรอรอบต่อไปเท่านั้น
  • วางแผนล่วงหน้าและศึกษาเส้นทางก่อน เช่น ทางไปที่พัก ทางไปที่เที่ยวต่างๆ เพื่อช่วยประหยัดเวลาและกันหลง
  • สิ่งที่ควรเตรียมไปด้วยอีกอย่างคือ Internet SIM เพราะจะช่วยให้เราหาข้อมูลระหว่างทางในกรณีหลงทาง และช่วยในการสื่อสารได้เยอะเลยทีเดียว ซึ่งไมต้องไปซื้อซิมหรือเช่า Pocket WiFi ที่ญี่ปุ่นให้วุ่นวาย ให้เลือกซื้อซิมจากเมืองไทยเรานี่แหละค่ะ ราคาไม่เกิน 400 บาท ใช้งานได้ 8 วันเลย จะเป็นซิมของ AIS หรือของ True ก็ได้ รายละเอียดอ่านตามลิ้งค์นี้ได้เลยค่ะ

AIS Sim2Fly  http://bit.ly/2u0t94U
True Travel SIM Asia http://bit.ly/2u0sL6m

อ้อ…แล้วก็อย่าลืม เรื่องมารยาทระหว่างท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นนะคะ เข้าเมืองตาหลิว ต้องหลิวตาตามค่ะ

สำหรับรีวิวนี้เป็นเพียงแนวทางหนึ่งในการเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์และช่วยให้หลายคนนำไปปรับใช้เพื่อเริ่มวางแผนเที่ยวตามสไตล์ตัวเอง ส่วนเรื่องงบประมาณจะมากขึ้นหรือน้อยลง ก็แล้วแต่ความสามารถในการจองตั๋วและที่พักแล้วหละค่ะ

ก่อนจากกันไปขอฝากรีวิวอื่นๆ ที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นไว้เป็นข้อมูลเพื่อเพิ่มสีสันในการเที่ยวญี่ปุ่นนะคะ เผื่อใครมีงบมากขึ้น อยากสัมผัสวัฒนธรรมญี่ปุ่นให้ใกล้ชิดขึ้นไปอีก ก็จะทำให้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นมีสีสันมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

บ๊าย บาย

じゃ、またね

^_^

ถ้าถูกใจอย่าลืมกด Like ติดตามเพจนะคะ

icon-facebook

 

 

 

info-tax-refund-japan okamoto-kimono-12 shooting-sticker-cosplay-at-japan-01 japan-food-review-2016-s


icon-facebook

 
icon-YTicon-TWicon-ig

 E-mail : bookcamashare@gmail.com

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s